3 รอบนักษัตร 36 ปี แห่งความภาคภูมิใจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรมและความยั่งยืน เส้นทางการพัฒนาจากอดีต ถึงปัจจุบัน สู่อนาคต
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 ในฐานะมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแห่งแรกของไทย เป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งแรกของประเทศ และริเริ่มระบบบริหารจัดการที่คล่องตัว “รวมบริการ ประสานภารกิจ” ซึ่งถือเป็นแนวคิดใหม่ของอุดมศึกษาไทยในเวลานั้น ด้วยวิสัยทัศน์ของ “พ่อใหญ่ของชาว มทส.” ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน อดีตอธิการบดีผู้ก่อตั้ง ที่เปลี่ยน “มหาวิทยาลัยในกระดาษ” ให้กลายเป็น “มหาวิทยาลัยแห่งการกระทำ” ในโอกาสครบ 36 ปีแห่งการสถาปนา รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิชัย แสงอาทิตย์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้ “เหลียวหลัง แลหน้า” ย้อนมองเส้นทางการเติบโตที่ผ่านมา พร้อมถ่ายทอดมุมมองต่อทิศทางการพัฒนาของมหาวิทยาลัยในอนาคต
“หากเปรียบมหาวิทยาลัยเป็นคน ในวัย 36 ปี ถือว่าเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์”
มทส. ก้าวผ่าน 3 รอบปีนักษัตร นับเป็นช่วงเวลาที่มหาวิทยาลัยเติบโตเต็มที่ จากการพลิกฟื้นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมอันแห้งแล้งให้กลายเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวอันดับต้น ๆ ของประเทศ สร้างความเข้มแข็งทั้งด้านวิชาการ ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมรับใช้สังคม จนเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่ม Top 10 มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย จากสถาบันจัดอันดับที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น QS World University Rankings, Times Higher Education, Webometrics, U.S. News & World Report เป็นต้น
“สิ่งที่ภาคภูมิใจที่สุด คือ การสร้างคนคุณภาพ”
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มทส. ได้ผลิตบัณฑิตคุณภาพออกสู่สังคมไปแล้วเกือบห้าหมื่นคน ทั้งระดับปริญญาตรี โท และเอก ทางด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีการเกษตร เทคโนโลยีสังคม ศาสตร์และศิลป์ดิจิทัล สาธารณสุขศาสตร์ แพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ และทันตแพทยศาสตร์ บัณฑิตมีอัตราการได้งานทำสูงกว่าร้อยละ 90 ทำงานอยู่ในทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาคอุตสาหกรรม หลายคนก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารองค์กรระดับประเทศและผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งยังคงสายสัมพันธ์ศิษย์เก่าที่ส่งต่อโอกาสให้แก่รุ่นน้องอย่างต่อเนื่อง
เครื่องยืนยันถึงคุณภาพการจัดการสอนของมหาวิทยาลัยอีกอย่างหนึ่ง คือ ภาพรวมการรับนักศึกษาใหม่ในหลักสูตรปกติ ประจำปีการศึกษา 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งพุ่งเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากนักเรียนและผู้ปกครองทั่วประเทศ รวมถึงสามารถกวาดรางวัลสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (CWIE) ระดับชาติได้ถึง 7 รางวัล จาก 15 รางวัล สะท้อนถึงความเข้มแข็งในการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา สร้างบัณฑิตสมรรถนะสูงตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานยุคใหม่
ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานการสอนแบบก้าวกระโดด ซึ่งมีคณาจารย์ผ่านการรับรองสมรรถนะด้านการสอนตามกรอบมาตรฐานวิชาชีพด้านการสอนและสนับสนุนการเรียนรู้ระดับอุดมศึกษา (PSF) ของสหราชอาณาจักร ถึงร้อยละ 75.1 ของทั้งมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนสุรวิวัฒน์ ที่มุ่งปั้นและพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของนักเรียนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษา เพื่อสร้างรูปแบบการเรียนการสอนเพื่อเป็นแม่แบบถ่ายทอดให้กับโรงเรียนอื่นๆ เพื่อยกระดับมัธยมศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากลอีกด้วย
“สร้างคุณค่างานวิจัย จากหิ้ง.. สู่ห้าง ต่อยอดสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์”
คุณภาพผลงานวิจัยของ มทส. ได้รับการตีพิมพ์และอ้างอิงในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีภารกิจด้านการปรับแปลง ถ่ายทอดและพัฒนาเทคโนโลยี ที่เชื่อมโยงเข้ากับการบริการวิชาการ จุดแข็งของเรา คือ มุ่งเน้นงานวิจัยที่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาของประเทศ ผลักดันให้งานวิจัย “ออกจากห้องทดลอง” สู่การแก้ไขปัญหาและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับสัมคมและชุมชน ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมด้านการเกษตร เทคโนโลยีชีวภาพ วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีการแพทย์ ผลงานที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง อาทิ ไก่โคราช โคโคราชวากิวที่ต่อยอดไปสู่โคไทยแลนด์วากิว เครื่องตัดสัญญาณอากาศยานไร้คนขับในภารกิจด้านความมั่นคง การผลิตแคโรทีนอยด์จากยีสต์แดงสำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ตลอดจนสนับสนุน Startup/Spin-off ต่อยอดสู่การใช้งานจริงและเชิงพาณิชย์ สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
“แผนพัฒนามหาวิทยาลัย ระยะที่ 14 ร่วมกันวางรากฐานสู่อนาคต”
ก้าวต่อไปคือการเดินหน้าจัดทำ “แผนพัฒนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ระยะที่ 14 (พ.ศ. 2571-2575)” เชื่อมโยงยุทธศาสตร์ครอบคลุมทั้งด้านการเงิน ทรัพยากรบุคคล ดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐาน กำหนดทิศทางการพัฒนาองค์กรบนหลักธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลก เทคโนโลยี AI รูปแบบการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ สังคมผู้สูงวัย ความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ล้วนเป็นความท้าทายในการพัฒนามหาวิทยาลัยให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ สร้างทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ประเทศและโลกยุคใหม่ในทุกมิติ
“บทบาทด้านการแพทย์และคุณภาพชีวิตประชาชน”
วันนี้ มทส. ไม่ได้เป็นเพียงมหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการผลิตบุคลากรสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ โดยอยู่ระหว่างผลักดันการจัดตั้งสำนักวิชาเภสัชศาสตร์ พร้อมทั้งพัฒนาโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีให้เป็นโรงเรียนแพทย์ที่มีศักยภาพ ล่าสุดได้ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผ่านอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จังหวัดนครราชสีมา จัดตั้งศูนย์บริการนวัตกรรมสำหรับคนพิการระดับภูมิภาค นอกจากนี้ ยังเดินหน้าโครงการศูนย์ปฏิบัติการวิจัยรังสีรักษาจากโบรอนจับยึดนิวตรอน (SUT-BNCT) ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทย ในการยกระดับขีดความสามารถด้านการรักษามะเร็งด้วยเทคโนโลยีนิวเคลียร์ขั้นสูง เป็นศูนย์กลางวิจัยมะเร็งบำบัดและแหล่งผลิตบุคลากรนิวเคลียร์ระดับอาเซียน
“รักษาคนดี พัฒนาคนเก่ง ด้วยพลังของการร่วมคิด ร่วมทำ”
มหาวิทยาลัยจะเติบโตได้ก็ด้วยบุคลากร นักศึกษา ศิษย์เก่า และภาคีเครือข่าย “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมสร้าง” ยึดมั่นในอัตลักษณ์ของ มทส. ที่มีความเป็นเอกภาพ (Unity) รักษาคนดี คนเก่งไว้ในระบบ และช่วยกันพัฒนามหาวิทยาลัยแห่งนี้ให้ก้าวไปสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำที่สร้างคุณค่าต่อสังคมและประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน
36 ปี แห่งความภาคภูมิใจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
ขุมพลังทางปัญญาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรมที่มีผลกระทบสูง
เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน
พร้อมก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
ในฐานะมหาวิทยาลัยรับใช้สังคม…ที่เป็นที่พึ่งพาได้ในทุกมิติ
... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.khaosod.co.th/advertorial/news_10333729
ที่มาของข่าว หนังสือพิมพ์ข่าวสดออนไลน์


