Living องค์กรเล็กหัวใจแกร่งกล้า
คุณสุนทร อิ่มวัฒนา กล่าวแนะนำตัวว่า ปัจจุบันนี้ผมเป็นข้าราชการบํานาญ อายุ 67 ปี ที่มาของลิฟวิ่ง ย้อนไปเมื่อปี 2557 – 2558 มีกลุ่มบุคคลประมาณ 3 – 4 คน ประกอบด้วยผู้ที่เป็นแม่ของผู้ที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพเป็นโรคทางด้านจิตเวช ซึ่งดูแลรักษาลูกชายมาตลอดต่อเนื่องโดยรักษากับหมอเฉพาะทาง แล้วท่านอื่นๆ มีคุณหมอซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญให้การรักษากับผู้ป่วยทางด้านโรคจิตเวชเป็นคนที่สอง อีก 1 – 2 ท่านเป็นผู้ที่มีประสบการณ์โดยตรงกับโรคจิตเวช คือ พูดง่ายๆ ว่าเป็นผู้ป่วย พอปี 2558 คุณแม่ของน้องที่ป่วยเป็นโรคนี้รักษาต่อเนื่องมาหมายความว่าโรคนี้ยังไม่หายขาดไป โดยการรักษากับคุณหมอได้ยามาทานเป็นประจำ เพราะฉะนั้นคุณแม่ท่านนี้มีแนวคิดว่า ถ้ากินแต่ยาอย่างเดียว การฟื้นฟูอะไรต่างๆ ไม่ได้ดีขึ้น ท่านจึงศึกษาหาความรู้ทั้งต่างประเทศ และในประเทศว่า แนวทางในการรักษาเกี่ยวกับโรคทางจิตเวช ได้ไปดูงานในต่างประเทศเห็นว่า มีหน่วยงานองค์กรที่นอกเหนือจากโรงพยาบาลหรือคุณหมอที่มาดูแลรักษาเรื่องการจ่ายยาเพื่อรักษาโรคดังกล่าว มีหน่วยงานที่ให้การฟื้นฟูในด้านของกิจกรรมต่างๆ มีศิลปะบําบัด มีอะไรต่างๆ จึงเป็นไอเดีย แล้วบังเอิญในกลุ่มนี้ยังคลุกคลีอยู่ในเรื่องโรคนี้จึงชวนกันมาทำกิจกรรม อยากจะช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาทางด้านโรคจิตเวชนี้ เลยเสียสละแรงกายแล้วกําลังทรัพย์ คุณแม่ท่านนี้ที่ลูกมีอาการเจ็บป่วยเสียสละตึกที่อาคารหนึ่งชั้นให้มาเป็นที่สถานที่ตั้งของของลิฟวิ่งด้วย เพราะว่าท่านมีติดใจอันแรงกล้าที่จะช่วยเหลือสังคม โดยไม่คิดมูลค่าใดๆ ทั้งสิ้น ลิฟวิ่งได้จดทะเบียนประมาณปี 2559
ลิฟวิ่งมีส่วนประกอบ 2 – 3 ส่วน 1) สมาคมเสริมสร้างชีวิต จดทะเบียนในฐานะที่เป็นองค์กรที่มีคณะกรรมการดําเนินงานทุกๆ ส่วน มีปรัชญาเชื่อว่า “มนุษย์ทุกคนมีคุณค่า สามารถเติบโต แล้วสร้างสรรค์ชีวิต และชุมชนร่วมกัน” ถึงแม้ว่าจะมีโรคจิตเวช เพราะงั้นการใดใดที่ทำเพื่อการฟื้นฟูให้เขากลับมามีชีวิตที่ดี ฟื้นฟูสมรรถนะฟื้นฟูสุขภาวะอะไรต่างๆ ให้กลับมาอยู่ในสังคมได้ มีทำเป็นพันธกิจต่างๆ ทางสมาคมมีคอนแทคทั้งในและต่างประเทศด้วย เพราะว่าเงินทุนต่างๆ ค่อนข้างลําบาก ต้องเขียนโครงการเพื่อเสนอโครงการเพื่อจะได้รับทุนมาใช้จ่ายในการพัฒนา การฟื้นฟูบุคคลที่เป้าหมายของเรา คือ ผู้ป่วย 2) บริษัท ลีฟวิ่งวิสาหกิจเพื่อสังคม จํากัด ตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะรองรับหรือเพื่อนําสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากผลผลิตหรือว่าสิ่งที่เกิดจากความตั้งใจของผู้ที่อยู่ในโครงการ เอามาเพื่อจําหน่ายให้เกิดรายได้ มีการส่งเสริมในทุกๆ ช่องทางสำหรับผลผลิตที่เกิดออกมา เพื่อให้เกิดรายได้ แล้วทางผู้ที่มีผลผลิตออกมาจะมีความภาคภูมิใจในผลงาน แล้วมีเรื่องราวต่างๆ ที่จะอยู่ในชิ้นงานนั้นๆ 3) ศูนย์บริการคนพิการ เป็นหน่วยเล็กๆ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อทํากิจกรรมต่างๆ เป็นศูนย์ แต่ว่าปัจจุบันนี้เรียกว่า ลิฟวิ่งดิสอะบิลิตี้คอลเลจ คือเป็นการให้ความรู้ เช่น เรื่องการให้ความรู้ทางด้านการเกษตร มีโครงการอบรมเป็นวิชา เพื่อที่ให้ความรู้ให้เขาสามารถที่จะเข้าใจเข้าถึง สามารถนําไปพัฒนาต่อเป็นอาชีพ สร้างเป็นรายได้ เป็นลักษณะของวิชาชีพ
เครือข่ายความร่วมมือมีทั้งในและต่างประเทศ ภาคชุมชน ภาคเอกชน ภาครัฐบาล เช่น ภาครัฐบาล สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หรือ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) กรมสุขภาพจิต ตอนนี้กําลังทำโครงการศูนย์บริการเพื่อให้เข้าสู่ในระบบที่ชัดเจน และสามารถลิ้งก์กับทาง สปสช. ในการส่งผ่านความร่วมมือทางด้านผู้เจ็บป่วยเข้ามาใช้บริการของเรา
ทุกวันนี้ความเข้าใจ หรือความนึกคิดต่างๆ ของประชากรในบ้านเรา การเสพสื่อด้วยอะไรต่างๆ คือ เป็นภาพลบ สำหรับผู้เจ็บป่วยทางด้านโรคจิตเวช เพราะฉะนั้นเราต้องสื่อสารให้ทุกคนได้เข้าใจว่า มนุษย์ทุกคนควรจะได้รับการตอบสนองแบบเท่าเทียม แล้วมีความสามารถที่จะพัฒนาตัวเองขึ้นมา ถึงแม้ว่าเขามีภาวะเจ็บป่วยอาจจะด้วยเหตุธรรมชาติ ด้วย พันธุศาสตร์ (genetic) ของเขา มันเลือกเกิดไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องเข้าใจแล้วต้องส่งเสริมให้เขารับทราบในหนทางที่เป็นบวกบ้าง บุคคลเหล่านี้เป็นคนที่เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะเป็นอย่างนั้นแต่ว่ามันเป็นธรรมชาติ แต่จะมีการฟื้นฟูให้โอกาสส่งเสริม เขาจะได้พัฒนาขึ้นมาให้เค้าอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีของของความเป็นมนุษย์ มีคุณค่า
คุณสุนทร อิ่มวัฒนา กล่าวทิ้งท้าย “เครื่องมือที่ทางสมาคมเสริมสร้างชีวิตใช้ในการฟื้นฟูศักยภาพของคนกลุ่มนี้หรือว่าคนพิการทางจิตเวช ต้องใช้ให้เหมาะสมต้องพิจารณาแต่ละคนว่า จะใช้เกณฑ์ไหน อย่างเช่น มีการบําบัดโดยการใช้เสียงเพลง บําบัดด้วยการใช้มือโดยการปั้น ระบายสี มีองค์ประกอบหลายส่วนที่จะให้เขาได้ฝึกปฏิบัติแล้ว ได้ผ่อนคลาย เรื่องทางจิตมันเข้าใจค่อนข้างจะยากมันลงลึกเข้าไปข้างใน เราต้องค้นคว้า ค้นหา แล้วจึงรักษาเพราะฉะนั้นมันเป็นสิ่งที่ท้าทาย การดูแลให้เขาดีขึ้น ให้กลับคืนสู่สุขภาวะ คือ ภาวะที่เป็นสุข ทุกคนต้องการความสุขทั้งนั้น เพราะงั้นเราจะสังเกตได้ว่าในปัจจุบันนี้ ถ้าดูตามสื่อต่างๆ คนที่ป่วยเป็นโรคจิตไม่น้อย บางทีตัวเองไม่รู้หรือคนรอบข้างไม่รู้แต่ว่ามันฝังอยู่ ถ้าวันใดวันหนึ่งมันจะแสดงออกมาแล้วมันจะเกิดความรุนแรงเพราะว่า บุคคลเหล่านั้นไม่ได้เข้าสู่ในการรักษาไม่ได้เข้ากระบวนการฟื้นฟู งั้นจะเกิดความรุนแรงขึ้นถ้าเราไม่ระมัดระวังหรือว่ารักษาเขา”
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : https://livingth.org/
Facebook : https://www.facebook.com/LivingRecoveryCenter
ลิฟวิ่งมีส่วนประกอบ 2 – 3 ส่วน 1) สมาคมเสริมสร้างชีวิต จดทะเบียนในฐานะที่เป็นองค์กรที่มีคณะกรรมการดําเนินงานทุกๆ ส่วน มีปรัชญาเชื่อว่า “มนุษย์ทุกคนมีคุณค่า สามารถเติบโต แล้วสร้างสรรค์ชีวิต และชุมชนร่วมกัน” ถึงแม้ว่าจะมีโรคจิตเวช เพราะงั้นการใดใดที่ทำเพื่อการฟื้นฟูให้เขากลับมามีชีวิตที่ดี ฟื้นฟูสมรรถนะฟื้นฟูสุขภาวะอะไรต่างๆ ให้กลับมาอยู่ในสังคมได้ มีทำเป็นพันธกิจต่างๆ ทางสมาคมมีคอนแทคทั้งในและต่างประเทศด้วย เพราะว่าเงินทุนต่างๆ ค่อนข้างลําบาก ต้องเขียนโครงการเพื่อเสนอโครงการเพื่อจะได้รับทุนมาใช้จ่ายในการพัฒนา การฟื้นฟูบุคคลที่เป้าหมายของเรา คือ ผู้ป่วย 2) บริษัท ลีฟวิ่งวิสาหกิจเพื่อสังคม จํากัด ตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะรองรับหรือเพื่อนําสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากผลผลิตหรือว่าสิ่งที่เกิดจากความตั้งใจของผู้ที่อยู่ในโครงการ เอามาเพื่อจําหน่ายให้เกิดรายได้ มีการส่งเสริมในทุกๆ ช่องทางสำหรับผลผลิตที่เกิดออกมา เพื่อให้เกิดรายได้ แล้วทางผู้ที่มีผลผลิตออกมาจะมีความภาคภูมิใจในผลงาน แล้วมีเรื่องราวต่างๆ ที่จะอยู่ในชิ้นงานนั้นๆ 3) ศูนย์บริการคนพิการ เป็นหน่วยเล็กๆ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อทํากิจกรรมต่างๆ เป็นศูนย์ แต่ว่าปัจจุบันนี้เรียกว่า ลิฟวิ่งดิสอะบิลิตี้คอลเลจ คือเป็นการให้ความรู้ เช่น เรื่องการให้ความรู้ทางด้านการเกษตร มีโครงการอบรมเป็นวิชา เพื่อที่ให้ความรู้ให้เขาสามารถที่จะเข้าใจเข้าถึง สามารถนําไปพัฒนาต่อเป็นอาชีพ สร้างเป็นรายได้ เป็นลักษณะของวิชาชีพ
เครือข่ายความร่วมมือมีทั้งในและต่างประเทศ ภาคชุมชน ภาคเอกชน ภาครัฐบาล เช่น ภาครัฐบาล สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หรือ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) กรมสุขภาพจิต ตอนนี้กําลังทำโครงการศูนย์บริการเพื่อให้เข้าสู่ในระบบที่ชัดเจน และสามารถลิ้งก์กับทาง สปสช. ในการส่งผ่านความร่วมมือทางด้านผู้เจ็บป่วยเข้ามาใช้บริการของเรา
ทุกวันนี้ความเข้าใจ หรือความนึกคิดต่างๆ ของประชากรในบ้านเรา การเสพสื่อด้วยอะไรต่างๆ คือ เป็นภาพลบ สำหรับผู้เจ็บป่วยทางด้านโรคจิตเวช เพราะฉะนั้นเราต้องสื่อสารให้ทุกคนได้เข้าใจว่า มนุษย์ทุกคนควรจะได้รับการตอบสนองแบบเท่าเทียม แล้วมีความสามารถที่จะพัฒนาตัวเองขึ้นมา ถึงแม้ว่าเขามีภาวะเจ็บป่วยอาจจะด้วยเหตุธรรมชาติ ด้วย พันธุศาสตร์ (genetic) ของเขา มันเลือกเกิดไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องเข้าใจแล้วต้องส่งเสริมให้เขารับทราบในหนทางที่เป็นบวกบ้าง บุคคลเหล่านี้เป็นคนที่เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะเป็นอย่างนั้นแต่ว่ามันเป็นธรรมชาติ แต่จะมีการฟื้นฟูให้โอกาสส่งเสริม เขาจะได้พัฒนาขึ้นมาให้เค้าอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีของของความเป็นมนุษย์ มีคุณค่า
คุณสุนทร อิ่มวัฒนา กล่าวทิ้งท้าย “เครื่องมือที่ทางสมาคมเสริมสร้างชีวิตใช้ในการฟื้นฟูศักยภาพของคนกลุ่มนี้หรือว่าคนพิการทางจิตเวช ต้องใช้ให้เหมาะสมต้องพิจารณาแต่ละคนว่า จะใช้เกณฑ์ไหน อย่างเช่น มีการบําบัดโดยการใช้เสียงเพลง บําบัดด้วยการใช้มือโดยการปั้น ระบายสี มีองค์ประกอบหลายส่วนที่จะให้เขาได้ฝึกปฏิบัติแล้ว ได้ผ่อนคลาย เรื่องทางจิตมันเข้าใจค่อนข้างจะยากมันลงลึกเข้าไปข้างใน เราต้องค้นคว้า ค้นหา แล้วจึงรักษาเพราะฉะนั้นมันเป็นสิ่งที่ท้าทาย การดูแลให้เขาดีขึ้น ให้กลับคืนสู่สุขภาวะ คือ ภาวะที่เป็นสุข ทุกคนต้องการความสุขทั้งนั้น เพราะงั้นเราจะสังเกตได้ว่าในปัจจุบันนี้ ถ้าดูตามสื่อต่างๆ คนที่ป่วยเป็นโรคจิตไม่น้อย บางทีตัวเองไม่รู้หรือคนรอบข้างไม่รู้แต่ว่ามันฝังอยู่ ถ้าวันใดวันหนึ่งมันจะแสดงออกมาแล้วมันจะเกิดความรุนแรงเพราะว่า บุคคลเหล่านั้นไม่ได้เข้าสู่ในการรักษาไม่ได้เข้ากระบวนการฟื้นฟู งั้นจะเกิดความรุนแรงขึ้นถ้าเราไม่ระมัดระวังหรือว่ารักษาเขา”
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : https://livingth.org/
Facebook : https://www.facebook.com/LivingRecoveryCenter


