เทคโนโลยีดิจิทัลกับการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการในประเทศไทย
ดร.นันทนุช สุวรรณวุธ กล่าวแนะนำตัวว่า ชื่อเล่น เปิ้ล เป็นคนพิการทางการเห็น ที่เรียกว่าสายตาเลือนราง ยังมีการมองเห็นอยู่บ้างเล็กน้อย ปัจจุบันทํางานอยู่ที่ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ภายใต้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ความรับผิดชอบดูแลงานด้านการต่างประเทศ
เทคโนโลยีเริ่มตั้งแต่เพลงไปจนถึงไฮเทคเลย ตัวอย่างสมมุติ ตั้งแต่ใช้นาฬิกาปลุกให้ตื่น เมื่อออกไปทํางานต้องเรียกรถหรือใช้บริการแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชั่น หรือบางทีนั่งรถโดยสารประจําทาง ถ้าต้องไปประชุมในที่ที่ไม่เคยไปต้องตรวจสอบเส้นทางก่อน บางทีเดินทางโดยรถไฟฟ้าต้องค้นหาโดยกูเกิ้ล การช้อปปิ้งหากเป็นเว็บที่มีรายละเอียดเยอะยิ่งเป็นประโยชน์ดีกว่าไปตามร้านเพราะเราต้องดูเองว่าเราอยากได้สินค้าอะไร แต่ถ้าเป็นออนไลน์ถ้าใส่รายละเอียดให้เยอะขึ้นสามารถค้นหาได้แล้วมีการเปรียบเทียบราคา แต่ว่าบางทีอยู่ในช่วงไลฟ์สดต้องมีความไวถ้าเป็นของที่ได้รับความนิยม
การอัพเดทบ่อยๆ ในฝั่งของนักพัฒนามักมองว่า อาจจะมีประสิทธิภาพดีขึ้น อาจจะมีความต้องการ ความปลอดภัยดีขึ้น แต่ในเชิงของการเข้าถึง(Accessible) ไม่รู้ว่าเขาคำนึงถึงด้วยหรือเปล่า บางทียิ่งพัฒนาไปยิ่งเข้าถึงได้น้อยลง อย่างเช่น แอปธนาคาร ถ้าจะโอนเงินเกินเท่านั้นเท่านี้บาทจะต้องมีการสแกนใบหน้า สำหรับคนพิการทางการเห็นมีปัญหากับวิธีการนี้มาก ซึ่งทางธนาคารรวมถึงแอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับการช้อปปิ้ง บางทีแค่ตัดผ่านบัตรเครดิตมีการตรวจสอบตัวตนในครั้งแรกที่จะใช้บัตรคล้ายๆ กับให้โชว์บัตรประชาชนในกรอบวงกลม ซึ่งไม่รู้ว่าโชว์ไปแล้วตรงกรอบหรือไม่ อีกอย่างคือการโฟกัสของแต่ละคนไม่รู้ว่าตรงกรอบหรือไม่ การตรวจจับใบหน้าก็เช่นกัน สำหรับคนตาบอดมีหลายคนที่ตาเขาไม่ได้เป็นแบบตามปกติ บางทีไม่มีลูกตาไม่สามารถตรวจจับได้ ทำให้เกิดความลําบากได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นการตรวจสอบตรงนี้จึงไม่ผ่านสักที ทำให้ไม่สามารถที่จะใช้แอปพลิเคชัน ได้ มีการคุยกันหลายๆ ครั้งไม่ว่าจะเป็นในระดับบุคคลหรืออธิบายกับธนาคาร หรือคุยในเชิงองค์กรก็มี หรือไปจนถึงผู้ดูแลกฎระเบียบของธนาคาร คือ สมาคมธนาคารไทย และธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นเพียงบางธนาคารเพราะแต่ละธนาคารมีวิธีการไม่เหมือนกัน ขอบอกว่าไม่ใช่ทุกธนาคาร เพราะบางธนาคารการตรวจสอบใบหน้าใช้เป็นส่วนใหญ่ แต่บางแบรนด์หาวิธีทางออกแบบขอเบอร์เฉพาะให้ลงทะเบียนช่องทางพิเศษสำหรับให้คนที่มีความต้องการพิเศษก่อนถึงไปแก้ไนระบบหลังบ้านให้เพื่อเข้าใช้งานได้
แอปพลิเคชัน Smart Eye เป็นแอปพลิเคชันที่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่ เข้ามาช่วยสนับสนุนการใช้ชีวิตของคนพิการให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ตอบโจทย์คนพิการทางการเห็น โดยสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ด้วยเทคนิคการประมวลผลภาพ (Object Recognition) โดยมีการพัฒนาให้มีฟังก์ชันการทำงานพื้นฐานตอบโจทย์การวิเคราะห์ ประกอบด้วย การจำแนกธนบัตรไทย เพื่อส่งเสียงบอกเป็นมูลค่าของธนบัตรฉบับนั้น การจำแนกสลากกินแบ่งรัฐบาล ตรวจเช็คหมายเลขสลาก งวดที่ ชุดที่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนพิการทางการเห็นที่ทำการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาล และการอ่านข้อมูลปริมาณออกซิเจนในเลือด โดยสามารถต่อยอดการฝึกฝนให้ระบบปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์วัตถุอื่น ๆ ได้
ดร.นันทนุช สุวรรณวุธ ทิ้งท้ายว่า “ปัญหาคือ มาตรฐานของการออกแบบอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่องของทัศนคติอันแรกคือ ไม่รู้ว่าคนพิการก็มีความต้องการที่จะใช้หรือว่าไม่รู้ว่าใช้ได้ ส่วนอันที่สองคือ สนใจแต่ไม่รู้ เพราะฉะนั้นความรู้เหล่านี้สามารถหาได้ มาตรฐานต่างๆ มีให้ เคยฝากผู้ผลิตในส่วนของภาครัฐเรื่องการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มข้นมากขึ้น เพื่อจะได้มั่นใจว่าทุกคนสามารถที่จะเข้าถึงเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างมากสำหรับชีวิตในยุคปัจจุบัน”
เทคโนโลยีเริ่มตั้งแต่เพลงไปจนถึงไฮเทคเลย ตัวอย่างสมมุติ ตั้งแต่ใช้นาฬิกาปลุกให้ตื่น เมื่อออกไปทํางานต้องเรียกรถหรือใช้บริการแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชั่น หรือบางทีนั่งรถโดยสารประจําทาง ถ้าต้องไปประชุมในที่ที่ไม่เคยไปต้องตรวจสอบเส้นทางก่อน บางทีเดินทางโดยรถไฟฟ้าต้องค้นหาโดยกูเกิ้ล การช้อปปิ้งหากเป็นเว็บที่มีรายละเอียดเยอะยิ่งเป็นประโยชน์ดีกว่าไปตามร้านเพราะเราต้องดูเองว่าเราอยากได้สินค้าอะไร แต่ถ้าเป็นออนไลน์ถ้าใส่รายละเอียดให้เยอะขึ้นสามารถค้นหาได้แล้วมีการเปรียบเทียบราคา แต่ว่าบางทีอยู่ในช่วงไลฟ์สดต้องมีความไวถ้าเป็นของที่ได้รับความนิยม
การอัพเดทบ่อยๆ ในฝั่งของนักพัฒนามักมองว่า อาจจะมีประสิทธิภาพดีขึ้น อาจจะมีความต้องการ ความปลอดภัยดีขึ้น แต่ในเชิงของการเข้าถึง(Accessible) ไม่รู้ว่าเขาคำนึงถึงด้วยหรือเปล่า บางทียิ่งพัฒนาไปยิ่งเข้าถึงได้น้อยลง อย่างเช่น แอปธนาคาร ถ้าจะโอนเงินเกินเท่านั้นเท่านี้บาทจะต้องมีการสแกนใบหน้า สำหรับคนพิการทางการเห็นมีปัญหากับวิธีการนี้มาก ซึ่งทางธนาคารรวมถึงแอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับการช้อปปิ้ง บางทีแค่ตัดผ่านบัตรเครดิตมีการตรวจสอบตัวตนในครั้งแรกที่จะใช้บัตรคล้ายๆ กับให้โชว์บัตรประชาชนในกรอบวงกลม ซึ่งไม่รู้ว่าโชว์ไปแล้วตรงกรอบหรือไม่ อีกอย่างคือการโฟกัสของแต่ละคนไม่รู้ว่าตรงกรอบหรือไม่ การตรวจจับใบหน้าก็เช่นกัน สำหรับคนตาบอดมีหลายคนที่ตาเขาไม่ได้เป็นแบบตามปกติ บางทีไม่มีลูกตาไม่สามารถตรวจจับได้ ทำให้เกิดความลําบากได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นการตรวจสอบตรงนี้จึงไม่ผ่านสักที ทำให้ไม่สามารถที่จะใช้แอปพลิเคชัน ได้ มีการคุยกันหลายๆ ครั้งไม่ว่าจะเป็นในระดับบุคคลหรืออธิบายกับธนาคาร หรือคุยในเชิงองค์กรก็มี หรือไปจนถึงผู้ดูแลกฎระเบียบของธนาคาร คือ สมาคมธนาคารไทย และธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นเพียงบางธนาคารเพราะแต่ละธนาคารมีวิธีการไม่เหมือนกัน ขอบอกว่าไม่ใช่ทุกธนาคาร เพราะบางธนาคารการตรวจสอบใบหน้าใช้เป็นส่วนใหญ่ แต่บางแบรนด์หาวิธีทางออกแบบขอเบอร์เฉพาะให้ลงทะเบียนช่องทางพิเศษสำหรับให้คนที่มีความต้องการพิเศษก่อนถึงไปแก้ไนระบบหลังบ้านให้เพื่อเข้าใช้งานได้
แอปพลิเคชัน Smart Eye เป็นแอปพลิเคชันที่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่ เข้ามาช่วยสนับสนุนการใช้ชีวิตของคนพิการให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ตอบโจทย์คนพิการทางการเห็น โดยสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ด้วยเทคนิคการประมวลผลภาพ (Object Recognition) โดยมีการพัฒนาให้มีฟังก์ชันการทำงานพื้นฐานตอบโจทย์การวิเคราะห์ ประกอบด้วย การจำแนกธนบัตรไทย เพื่อส่งเสียงบอกเป็นมูลค่าของธนบัตรฉบับนั้น การจำแนกสลากกินแบ่งรัฐบาล ตรวจเช็คหมายเลขสลาก งวดที่ ชุดที่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนพิการทางการเห็นที่ทำการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาล และการอ่านข้อมูลปริมาณออกซิเจนในเลือด โดยสามารถต่อยอดการฝึกฝนให้ระบบปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์วัตถุอื่น ๆ ได้
ดร.นันทนุช สุวรรณวุธ ทิ้งท้ายว่า “ปัญหาคือ มาตรฐานของการออกแบบอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่องของทัศนคติอันแรกคือ ไม่รู้ว่าคนพิการก็มีความต้องการที่จะใช้หรือว่าไม่รู้ว่าใช้ได้ ส่วนอันที่สองคือ สนใจแต่ไม่รู้ เพราะฉะนั้นความรู้เหล่านี้สามารถหาได้ มาตรฐานต่างๆ มีให้ เคยฝากผู้ผลิตในส่วนของภาครัฐเรื่องการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มข้นมากขึ้น เพื่อจะได้มั่นใจว่าทุกคนสามารถที่จะเข้าถึงเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างมากสำหรับชีวิตในยุคปัจจุบัน”


