“เทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ ตอนที่ 2”
นายจตุพล หนูท่าทอง กล่าวว่า แอปพลิเคชั่นเริ่มแรกคนตาบอดแทบจะเข้าถึงไม่ได้เลย ต้องยอมรับว่า Developer หรือ นักพัฒนาในประเทศไทยไม่ได้มีความเข้าใจในเรื่องของการพัฒนาแอปพลิเคชั่นให้คนตาบอดหรือคนพิการอื่นๆ สามารถเข้าถึงและใช้งานได้อย่างสะดวก ทางสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยมีทีมงานฝ่ายไอทีช่วยกันประสานงานกับทางธนาคารโดยเริ่มที่ธนาคารของรัฐก่อน พยายามขอพูดคุยกับทางนักพัฒนาที่อยู่ในธนาคารนั้นเพื่อทําความเข้าใจว่า คนตาบอดสามารถใช้เทคโนโลยีได้ ใช้โทรศัพท์มือถือได้ ซึ่งเป็นเรื่องประหลาดสำหรับพวกเขา อันนี้ต้องยอมรับว่าเขาอาจจะไม่เคยรู้จริงๆ แต่พอได้ประสานงาน พูดคุย ทำความเข้าใจ ให้ข้อมูลพื้นฐานกับเขา และอีกฝ่ายหนึ่งคุยกับคนที่ดูเรื่องของนโยบายกําหนดว่า ต้องทําแอปพลิเคชันให้คนตาบอดหรือคนพิการอื่นสามารถที่จะเข้าถึงและใช้งานได้ โดยการรายงานและประสานงานกันตลอดจนสามารถทําให้แอปพลิเคชันของธนาคารนั้นสามารถเข้าถึงได้ เมื่อหนึ่งธนาคารทําได้ มีการพูดต่อๆ กันไปว่า “ทําไมธนาคารนี้ทําได้ ทําไมธนาคารนั้นทําไม่ได้” จึงเริ่มมีธนาคารอื่นๆ เข้ามาให้ความสนใจกับเรื่องของแอปที่เกิดขึ้น ทําให้ทางทีมงานของเรามีโอกาสได้พูดคุยกับหลายๆ ธนาคาร จนปัจจุบันนี้ทําให้ธนาคารหลักๆ ธนาคารใหญ่ๆ คนตาบอดสามารถใช้งานแอปพลิเคชันได้ ถึงแม้จะยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ยังไม่ถูกฟังก์ชั่นแต่ฟังก์ชั่นพื้นฐานที่คนทั่วไปใช้กัน เช่น โอน เติม จ่าย สามารถใช้งานได้
เทคโนโลยีหนึ่งไม่แน่ใจว่าคนตาบอดมีปัญหาหรือไม่ คือ การยืนยันตัวตนผ่านการจดจําใบหน้า ต้องบอกว่าเรื่องนี้ยังเป็นปัญหาอยู่ พยายามหาหนทางแก้ปัญหานี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของการยืนยันใบหน้า เมื่อปีที่แล้วคนตาบอดที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เรียกว่า ภัยพิบัติของการใช้แอปพลิเคชันธนาคาร เพราะมีมิจฉาชีพใช้ช่องทางของ Accessibility ในการเข้าไปดูดข้อมูลในแอปพลิเคชัน ทําให้ทางธนาคารทั้งหลายรวมตัวกันปิดช่องทาง Accessibility ทั้งหมด ตัวโปรแกรมสกินลีดเดอร์ที่อยู่บนโทรศัพท์แอนดรอยด์ ซึ่งต้องใช้ช่องทางนี้ในการทํางานจึงไม่สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันธนาคารได้ ช่วงนั้นเป็นช่วงวิกฤติของการใช้แอปพลิเคชันธนาคารของคนตาบอดในฝั่งแอนดรอยด์ ทีมงานทางสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายภายในพยายามทําความเข้าใจกับธนาคารว่า แอปพลิเคชันที่คนตาบอดใช้ไม่ได้เป็นแอปพลิเคชันที่เอามาจากนอกสโตร์ แต่มันถูกผลิตมาโดยบริษัท Google เพราะฉะนั้นให้เค้าปล่อยให้เราได้มั้ยซักหนึ่งแอป ปัจจุบันนี้คนตาบอดสามารถกลับมาใช้แอปพลิเคชันธนาคารได้บนฝั่งแอนดรอยด์ แต่ยังติดในเรื่องของการยืนยันตัวบุคคล โดยการสแกนใบหน้า คือวิธีการสแกนใบหน้า ถ้ามีแอปพลิเคชันธนาคารมากกว่าหนึ่ง สังเกตได้ว่าในแต่ละธนาคารไม่เหมือนกัน คือ อาจจะเห็นถึงความไม่ได้มีมาตรฐานอย่างแท้จริง เรื่องของการสแกนไม่เหมือนกัน บางที่คนตาบอดสนิท สามารถสแกนผ่าน แต่บางที่คนตาบอดสนิทหรือคนที่ไม่มีม่านตาสแกนอย่างไรก็ไม่ได้ ตัวโปรแกรม ตัวแอปพลิเคชั่นแจ้งว่า พยายามลืมตาให้กว้าง ลืมตาให้กว้างท่านไม่มีลูกตา ไม่สามารถทําอะไรได้ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยพูดคุยกับสมาคมธนาคารไทยและธนาคารแห่งประเทศไทยว่า เบื้องต้นใช้วิธีให้คนตาบอดไปลงทะเบียนเพื่อยกเว้นการสแกนใบหน้าก่อน แล้วในอนาคตถ้าเกิดว่ามีวิธีอื่น ยืนยันตัวตนแบบอื่นที่สามารถทดแทนได้ เพราะฉะนั้นปัจจุบันนี้คนตาบอดที่สแกนไม่ได้ คือคนที่ตาบอดแล้วมีปัญหาทางกายภาพต้องทําเรื่องขอบายพาสจึงสามารถใช้แอปพลิเคชันได้ตามปกติ ต้องบอกว่าการยืนยันตัวบุคคล ถ้าเป็นธนาคารในต่างประเทศ สําหรับคนตาบอดใช้การยืนยันด้วยเสียงมาช่วย คือเดอะวอยซ์ด้วยคอมมิชั่น หมายถึงว่า จดจําลักษณะเสียง จดจําลักษณะวิธีการพูด น้ำเสียง เป็นต้น
เรื่องของ social network คนตาบอดใช้กันเป็นเรื่องปกติ เรื่องของการใช้ Facebook การใช้ Line ในการติดต่อสื่อสาร บางคนใช้ Instagram มีหลากหลายมากที่ใช้กัน เพราะว่าแอปพลิเคชั่นถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานสำหรับคนตาบอดด้วย สามารถใช้งานได้ง่าย เพราะฉะนั้นในกลุ่มคนตาบอดที่มีสมาร์ทโฟน เกือบ 100% ใช้โปรแกรมเหล่านั้นได้ ส่วนเรื่องของการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอื่นๆ เรื่องของการค้นคว้าหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตหรืออะไรต่างๆ เนื่องจากว่ามีช่องทางค่อนข้างเยอะ บางคนอาจใช้วิธีถามถ้าเป็นข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ อาจจะค้นคว้าหรือค้นหาจากการให้ Siri หรือ Google Assistant ช่วยค้นหาให้ บางคนที่เชี่ยวชาญในการใช้งานเทคโนโลยีอาจพิมพ์ค้นหาด้วยตนเอง
การเข้าถึงเทคโนโลยีของคนตาบอด อาจจะต้องแยกเป็น 2 ส่วน 1) ทําอย่างไรให้คนตาบอดใช้เป็น การทําให้คนตาบอดใช้เป็นต้องมีการจัดหรือทําโครงการในการฝึกอบรมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะในเรื่องของสมาร์ทโฟนซึ่งเป็นอะไรที่ทุกคนต้องมี เป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการใช้ชีวิตของของคนในการดํารงชีวิต สิ่งที่สมาคมกําลังทํา คือ จัดโครงการในเรื่องของการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลโดยเฉพาะสมาร์ทโฟน และให้สมาคมที่อยู่จังหวัดต่างๆ นําไปต่อยอดนําไปจัดฝึกอบรมซึ่งมีวิทยากรอยู่ทั่วประเทศที่จะให้ความรู้ได้ ล่าสุดได้รับการสนับสนุนจากทาง กสทช. นํามาจัดฝึกอบรมให้คนตาบอดใช้สมาร์ทโฟนเบื้องต้นให้เป็นก่อน 2) เรื่องของการใช้ได้ คือต้องมีแอปพลิเคชันหรือจะต้องมีอุปกรณ์ที่รองรับให้คนที่ใช้เป็นแล้วเข้าไปใช้งานได้จริง อันนี้คือเรื่องของ accessibility เพราะฉะนั้นพอคนตาบอดใช้ได้ อีกส่วนหนึ่งต้องไปช่วยกันผลักดันองค์กรต่างๆ หรือแม้กระทั่งหน่วยงานต่างๆ เพราะฉะนั้นทั้งสองด้าน ด้านหนึ่งช่วยกันขับเคลื่อน ผลักดันให้องค์กรต่างๆ ทําตัวแอปพลิเคชันออกมาให้คนตาบอดสามารถใช้ได้ ส่วนอีกด้านพัฒนาคนตาบอดให้สามารถเข้าใช้งานและนําเทคโนโลยีมาใช้ให้เป็น ทั้ง 2 ด้านต้องเดินไปคู่กัน ถือว่าเป็นวิธีการ empowerment อย่างหนึ่ง คือ เสริมพลังให้ตัวคนพิการ ในขณะเดียวกันขจัดอุปสรรคที่มีอยู่ในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ข้อมูลข่าวสาร กับฝั่งของผู้ผลิตคนที่ออกนโยบาย
เทคโนโลยีหนึ่งไม่แน่ใจว่าคนตาบอดมีปัญหาหรือไม่ คือ การยืนยันตัวตนผ่านการจดจําใบหน้า ต้องบอกว่าเรื่องนี้ยังเป็นปัญหาอยู่ พยายามหาหนทางแก้ปัญหานี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของการยืนยันใบหน้า เมื่อปีที่แล้วคนตาบอดที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เรียกว่า ภัยพิบัติของการใช้แอปพลิเคชันธนาคาร เพราะมีมิจฉาชีพใช้ช่องทางของ Accessibility ในการเข้าไปดูดข้อมูลในแอปพลิเคชัน ทําให้ทางธนาคารทั้งหลายรวมตัวกันปิดช่องทาง Accessibility ทั้งหมด ตัวโปรแกรมสกินลีดเดอร์ที่อยู่บนโทรศัพท์แอนดรอยด์ ซึ่งต้องใช้ช่องทางนี้ในการทํางานจึงไม่สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันธนาคารได้ ช่วงนั้นเป็นช่วงวิกฤติของการใช้แอปพลิเคชันธนาคารของคนตาบอดในฝั่งแอนดรอยด์ ทีมงานทางสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายภายในพยายามทําความเข้าใจกับธนาคารว่า แอปพลิเคชันที่คนตาบอดใช้ไม่ได้เป็นแอปพลิเคชันที่เอามาจากนอกสโตร์ แต่มันถูกผลิตมาโดยบริษัท Google เพราะฉะนั้นให้เค้าปล่อยให้เราได้มั้ยซักหนึ่งแอป ปัจจุบันนี้คนตาบอดสามารถกลับมาใช้แอปพลิเคชันธนาคารได้บนฝั่งแอนดรอยด์ แต่ยังติดในเรื่องของการยืนยันตัวบุคคล โดยการสแกนใบหน้า คือวิธีการสแกนใบหน้า ถ้ามีแอปพลิเคชันธนาคารมากกว่าหนึ่ง สังเกตได้ว่าในแต่ละธนาคารไม่เหมือนกัน คือ อาจจะเห็นถึงความไม่ได้มีมาตรฐานอย่างแท้จริง เรื่องของการสแกนไม่เหมือนกัน บางที่คนตาบอดสนิท สามารถสแกนผ่าน แต่บางที่คนตาบอดสนิทหรือคนที่ไม่มีม่านตาสแกนอย่างไรก็ไม่ได้ ตัวโปรแกรม ตัวแอปพลิเคชั่นแจ้งว่า พยายามลืมตาให้กว้าง ลืมตาให้กว้างท่านไม่มีลูกตา ไม่สามารถทําอะไรได้ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยพูดคุยกับสมาคมธนาคารไทยและธนาคารแห่งประเทศไทยว่า เบื้องต้นใช้วิธีให้คนตาบอดไปลงทะเบียนเพื่อยกเว้นการสแกนใบหน้าก่อน แล้วในอนาคตถ้าเกิดว่ามีวิธีอื่น ยืนยันตัวตนแบบอื่นที่สามารถทดแทนได้ เพราะฉะนั้นปัจจุบันนี้คนตาบอดที่สแกนไม่ได้ คือคนที่ตาบอดแล้วมีปัญหาทางกายภาพต้องทําเรื่องขอบายพาสจึงสามารถใช้แอปพลิเคชันได้ตามปกติ ต้องบอกว่าการยืนยันตัวบุคคล ถ้าเป็นธนาคารในต่างประเทศ สําหรับคนตาบอดใช้การยืนยันด้วยเสียงมาช่วย คือเดอะวอยซ์ด้วยคอมมิชั่น หมายถึงว่า จดจําลักษณะเสียง จดจําลักษณะวิธีการพูด น้ำเสียง เป็นต้น
เรื่องของ social network คนตาบอดใช้กันเป็นเรื่องปกติ เรื่องของการใช้ Facebook การใช้ Line ในการติดต่อสื่อสาร บางคนใช้ Instagram มีหลากหลายมากที่ใช้กัน เพราะว่าแอปพลิเคชั่นถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานสำหรับคนตาบอดด้วย สามารถใช้งานได้ง่าย เพราะฉะนั้นในกลุ่มคนตาบอดที่มีสมาร์ทโฟน เกือบ 100% ใช้โปรแกรมเหล่านั้นได้ ส่วนเรื่องของการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอื่นๆ เรื่องของการค้นคว้าหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตหรืออะไรต่างๆ เนื่องจากว่ามีช่องทางค่อนข้างเยอะ บางคนอาจใช้วิธีถามถ้าเป็นข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ อาจจะค้นคว้าหรือค้นหาจากการให้ Siri หรือ Google Assistant ช่วยค้นหาให้ บางคนที่เชี่ยวชาญในการใช้งานเทคโนโลยีอาจพิมพ์ค้นหาด้วยตนเอง
การเข้าถึงเทคโนโลยีของคนตาบอด อาจจะต้องแยกเป็น 2 ส่วน 1) ทําอย่างไรให้คนตาบอดใช้เป็น การทําให้คนตาบอดใช้เป็นต้องมีการจัดหรือทําโครงการในการฝึกอบรมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะในเรื่องของสมาร์ทโฟนซึ่งเป็นอะไรที่ทุกคนต้องมี เป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการใช้ชีวิตของของคนในการดํารงชีวิต สิ่งที่สมาคมกําลังทํา คือ จัดโครงการในเรื่องของการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลโดยเฉพาะสมาร์ทโฟน และให้สมาคมที่อยู่จังหวัดต่างๆ นําไปต่อยอดนําไปจัดฝึกอบรมซึ่งมีวิทยากรอยู่ทั่วประเทศที่จะให้ความรู้ได้ ล่าสุดได้รับการสนับสนุนจากทาง กสทช. นํามาจัดฝึกอบรมให้คนตาบอดใช้สมาร์ทโฟนเบื้องต้นให้เป็นก่อน 2) เรื่องของการใช้ได้ คือต้องมีแอปพลิเคชันหรือจะต้องมีอุปกรณ์ที่รองรับให้คนที่ใช้เป็นแล้วเข้าไปใช้งานได้จริง อันนี้คือเรื่องของ accessibility เพราะฉะนั้นพอคนตาบอดใช้ได้ อีกส่วนหนึ่งต้องไปช่วยกันผลักดันองค์กรต่างๆ หรือแม้กระทั่งหน่วยงานต่างๆ เพราะฉะนั้นทั้งสองด้าน ด้านหนึ่งช่วยกันขับเคลื่อน ผลักดันให้องค์กรต่างๆ ทําตัวแอปพลิเคชันออกมาให้คนตาบอดสามารถใช้ได้ ส่วนอีกด้านพัฒนาคนตาบอดให้สามารถเข้าใช้งานและนําเทคโนโลยีมาใช้ให้เป็น ทั้ง 2 ด้านต้องเดินไปคู่กัน ถือว่าเป็นวิธีการ empowerment อย่างหนึ่ง คือ เสริมพลังให้ตัวคนพิการ ในขณะเดียวกันขจัดอุปสรรคที่มีอยู่ในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ข้อมูลข่าวสาร กับฝั่งของผู้ผลิตคนที่ออกนโยบาย


