“สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการอบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำคนพิการในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการคนพิการ”
การฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำคนพิการในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการคนพิการ ซึ่งจัดโดย ศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการจังหวัดนนทบุรี ได้นำคนพิการรุ่นใหม่ที่มีความสนใจพัฒนาตัวเอง พัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ พัฒนาบุคลิกภาพ เสริมความรู้ด้านสิทธิ กฎหมายเกี่ยวกับคนพิการ รวมถึงทักษะอื่นๆ ในการประกอบกิจวัตรประจำวัน เพื่อให้สามารถดูแลตัวเองได้ในอนาคต เมื่อได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่แล้วสามารถที่จะไปทำงานเป็นผู้นำคนพิการหรือไปทำงานช่วยเหลือคนพิการในชุมชนให้สามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการต่างๆ รวมถึงได้รับบริการที่เหมาะสมต่อไปได้
การพัฒนาคนคนหนึ่ง โดยเฉพาะคนพิการซึ่งบางคนอาจไม่เคยเรียนหนังสือ บางคนอาจเคยทำงานมาแล้วแต่อยู่ดีๆ มีความพิการต้องออกจากงานทำให้ช่วงชีวิตหนึ่งอาจสูญเสียโอกาสในการประกอบอาชีพ เพราะว่าต้องดูแลรักษาตัวเองหรือต้องฟื้นฟูตัวเองก่อน และเมื่อเข้ามาสู่สังคมอาจจะเห็นความแตกต่างกันระหว่างคนพิการที่อาจไม่เคยออกจากบ้านเลย ไม่ได้เรียนหนังสือ กับคนพิการอีกกลุ่มหนึ่งที่อาจเคยทำงานมาก่อน เคยอยู่ในสังคมมาก่อน แต่ต้องผ่านการฟื้นฟูช่วงหนึ่งแล้วกลับเข้ามา อาจมีความแตกต่างกัน มุมมองต่อโลกต่อสังคมแตกต่างกัน อาจใช้ระยะเวลาในการพัฒนาไปจนถึงจุดที่ไปเป็นผู้นำหรือว่าไปทำงานช่วยเหลือคนพิการอื่นใช้เวลาแตกต่างกันด้วย
น.ส.อร่ามลักศณ์ เขียวพุ่มพวง กล่าวว่า เนื้อหาของการอบรมมีเรื่องแนวทางการช่วยเหลือตนเองบนความพิการของเรา เหตุผลที่ต้องการฝึกฝนการช่วยเหลือตนเองและออกไปหางานด้วยตนเอง ครั้งนี้เป็นการออกมาอบรมเป็นครั้งแรก ปกติอยู่แต่บ้านไม่ได้ออกไปไหนเลย เนื่องจากอยู่ชั้น 4 เวลาไปข้างนอกใช้วิธีถัดลงบันไดทีละขั้น และวางแผนเรื่องการศึกษาในปีหน้า การเข้าร่วมอบรมครั้งนี้รู้สึกดีที่พี่ๆ จากศูนย์ฯ ให้โอกาสและติดต่อมา ในอนาคตอยากพัฒนาตนเองในเรื่องการเป็นแกนนำคนพิการในพื้นที่และอยากเป็นคนที่ช่วยเหลือคนพิการด้วยกันได้ จุดแข็งในตัวเองคือสามารถช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมได้และช่วยเหลือตนเองได้ในระดับหนึ่ง ได้เรียนรู้เรื่องการดูแลตัวเองและข้อควรระวัง ชอบอะไรจากการอบรมครั้งนี้ คือได้เจอเพื่อนใหม่ นิฟ่อนทิ้งท้าย “อยากให้เพื่อนๆ คนพิการเข้าร่วมกิจกรรมด้วยกัน”
นายสุรินทร์ โพธิ์วิทย์ กล่าวว่า เดิมตนเองเป็นพนักงานบริษัท เสริมสุข จำกัด ตำแหน่งซุปเปอร์ คือ หัวหน้าทีมขาย และประสบอุบัติเหตุเมื่อปี 2562 ปัจจุบันทำงานเป็นจ๊อบๆ ทำหน้าที่ฝึกพนักงานคนใหม่จนกว่าเขาจะสามารถออกไปขายได้ผ่านช่องทางไลน์ ปัจจุบันฟื้นฟูร่างกาย ที่สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติเป็นการทำกายภาพสัปดาห์ละครั้ง เหตุผลที่สนใจเข้ามาอบรมเนื่องจากได้รับจดหมายและการแนะนำจากคณะทำงานของศูนย์ฯ ซึ่งพบกันที่สถาบันฯ อยากได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยรู้ จากการอบรมได้เรียนรู้จากวิทยากรหลายๆ ท่าน เรื่องสิทธิสวัสดิการที่ไม่เคยรู้ เช่น การปรับสภาพบ้าน การเป็นผู้นำสามารถชวนเพื่อนไปพบคนพิการที่อยู่ในหมู่บ้านเพื่อให้ข้อมูลเรื่องสิทธิสวัสดิการที่ยังไม่ได้รับหรือเข้าไม่ถึง จุดแข็งในการทำงานด้านนี้ คือผมเคยเป็นพนักงานมาก่อนอาจจะพูดแนะนำเพื่อนๆ คืออธิบายให้เข้าใจว่าเข้ามาแล้วไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาคุยกันก่อน ให้เขาเห็นถึงประโยชน์ของการฝึกตัวเอง มีคนพิการหลายคน บางคนไม่มีผู้ติดตามมา ไม่ต้องกลัวอะไร ความท้าทายในการจะไปถึงการเป็นผู้นำคนพิการหรือเป็นคนที่มาช่วยทำงานในชุมชน คือถ้าเราเป็นผู้นำต้องมีความรู้เรื่องสิทธิสวัสดิการของคนพิการว่ามีอะไรบ้าง เอสฝากทิ้งท้ายว่า “อยากแนะนำเพื่อนๆ ให้มาเรียนรู้ว่ามีสิทธิสวัสดิการที่เราไม่เคยรู้และสิทธิใหม่ๆ อย่างเช่นผมมาครั้งแรกประทับใจ และได้มาเจอเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่เป็นคนพิการนั่งวีลแชร์เหมือนเรา”
การพัฒนาคนคนหนึ่ง โดยเฉพาะคนพิการซึ่งบางคนอาจไม่เคยเรียนหนังสือ บางคนอาจเคยทำงานมาแล้วแต่อยู่ดีๆ มีความพิการต้องออกจากงานทำให้ช่วงชีวิตหนึ่งอาจสูญเสียโอกาสในการประกอบอาชีพ เพราะว่าต้องดูแลรักษาตัวเองหรือต้องฟื้นฟูตัวเองก่อน และเมื่อเข้ามาสู่สังคมอาจจะเห็นความแตกต่างกันระหว่างคนพิการที่อาจไม่เคยออกจากบ้านเลย ไม่ได้เรียนหนังสือ กับคนพิการอีกกลุ่มหนึ่งที่อาจเคยทำงานมาก่อน เคยอยู่ในสังคมมาก่อน แต่ต้องผ่านการฟื้นฟูช่วงหนึ่งแล้วกลับเข้ามา อาจมีความแตกต่างกัน มุมมองต่อโลกต่อสังคมแตกต่างกัน อาจใช้ระยะเวลาในการพัฒนาไปจนถึงจุดที่ไปเป็นผู้นำหรือว่าไปทำงานช่วยเหลือคนพิการอื่นใช้เวลาแตกต่างกันด้วย
น.ส.อร่ามลักศณ์ เขียวพุ่มพวง กล่าวว่า เนื้อหาของการอบรมมีเรื่องแนวทางการช่วยเหลือตนเองบนความพิการของเรา เหตุผลที่ต้องการฝึกฝนการช่วยเหลือตนเองและออกไปหางานด้วยตนเอง ครั้งนี้เป็นการออกมาอบรมเป็นครั้งแรก ปกติอยู่แต่บ้านไม่ได้ออกไปไหนเลย เนื่องจากอยู่ชั้น 4 เวลาไปข้างนอกใช้วิธีถัดลงบันไดทีละขั้น และวางแผนเรื่องการศึกษาในปีหน้า การเข้าร่วมอบรมครั้งนี้รู้สึกดีที่พี่ๆ จากศูนย์ฯ ให้โอกาสและติดต่อมา ในอนาคตอยากพัฒนาตนเองในเรื่องการเป็นแกนนำคนพิการในพื้นที่และอยากเป็นคนที่ช่วยเหลือคนพิการด้วยกันได้ จุดแข็งในตัวเองคือสามารถช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมได้และช่วยเหลือตนเองได้ในระดับหนึ่ง ได้เรียนรู้เรื่องการดูแลตัวเองและข้อควรระวัง ชอบอะไรจากการอบรมครั้งนี้ คือได้เจอเพื่อนใหม่ นิฟ่อนทิ้งท้าย “อยากให้เพื่อนๆ คนพิการเข้าร่วมกิจกรรมด้วยกัน”
นายสุรินทร์ โพธิ์วิทย์ กล่าวว่า เดิมตนเองเป็นพนักงานบริษัท เสริมสุข จำกัด ตำแหน่งซุปเปอร์ คือ หัวหน้าทีมขาย และประสบอุบัติเหตุเมื่อปี 2562 ปัจจุบันทำงานเป็นจ๊อบๆ ทำหน้าที่ฝึกพนักงานคนใหม่จนกว่าเขาจะสามารถออกไปขายได้ผ่านช่องทางไลน์ ปัจจุบันฟื้นฟูร่างกาย ที่สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติเป็นการทำกายภาพสัปดาห์ละครั้ง เหตุผลที่สนใจเข้ามาอบรมเนื่องจากได้รับจดหมายและการแนะนำจากคณะทำงานของศูนย์ฯ ซึ่งพบกันที่สถาบันฯ อยากได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยรู้ จากการอบรมได้เรียนรู้จากวิทยากรหลายๆ ท่าน เรื่องสิทธิสวัสดิการที่ไม่เคยรู้ เช่น การปรับสภาพบ้าน การเป็นผู้นำสามารถชวนเพื่อนไปพบคนพิการที่อยู่ในหมู่บ้านเพื่อให้ข้อมูลเรื่องสิทธิสวัสดิการที่ยังไม่ได้รับหรือเข้าไม่ถึง จุดแข็งในการทำงานด้านนี้ คือผมเคยเป็นพนักงานมาก่อนอาจจะพูดแนะนำเพื่อนๆ คืออธิบายให้เข้าใจว่าเข้ามาแล้วไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาคุยกันก่อน ให้เขาเห็นถึงประโยชน์ของการฝึกตัวเอง มีคนพิการหลายคน บางคนไม่มีผู้ติดตามมา ไม่ต้องกลัวอะไร ความท้าทายในการจะไปถึงการเป็นผู้นำคนพิการหรือเป็นคนที่มาช่วยทำงานในชุมชน คือถ้าเราเป็นผู้นำต้องมีความรู้เรื่องสิทธิสวัสดิการของคนพิการว่ามีอะไรบ้าง เอสฝากทิ้งท้ายว่า “อยากแนะนำเพื่อนๆ ให้มาเรียนรู้ว่ามีสิทธิสวัสดิการที่เราไม่เคยรู้และสิทธิใหม่ๆ อย่างเช่นผมมาครั้งแรกประทับใจ และได้มาเจอเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่เป็นคนพิการนั่งวีลแชร์เหมือนเรา”


